2007/Aug/16

★★ L'Arc~en~Ciel ♥ BIOGRAPHY ★★

--บทนำ : Introduction ~ เกริ่นนำ--

ก่อนที่จะมาเป็น L'Arc~en~Ciel ที่พวกเรารู้จักในทุกวันนี้ พวกเขาได้พบเจอและผ่านพ้นอุปสรรคมามากมาย ทั้งโอกาสและจุดเปลี่ยนในชีวิตของแต่ละคน ทั้งแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดผลงานเพลง และการตัดสินใจที่จะเดินต่อไปอย่างเข้มแข็ง ชื่อ L'Arc~en~Ciel คงเหมาะสมกับพวกเขาจริงๆ
...L'Arc~en~Ciel... "สายรุ้ง" ที่พาดผ่านท้องฟ้าไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุดหลังฟ้าฝนอันบ้าระห่ำ...

--
บทที่หนึ่ง : 記憶の破片 ~ เศษเสี้ยวแห่งความทรงจำ--

Tetsu และ Ken หรือมือเบสและมือกีต้าร์คนปัจจุบันของวง L'Arc~en~Ciel นั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ยังเล็กๆ และในสมัยมัธยมปลายพวกเขาก็เคยเล่นดนตรีด้วยกันอยู่ในวงชื่อ Bystonwell แต่เมื่อชีวิตมัธยมปลายจบลง Ken มีความจำเป็นที่จะต้องไปศึกษาต่อในคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง เขาจึงต้องออกจากวง ซึ่งเพราะเหตุนี้เองจึงทำให้ Tetsu ไม่เล่นในวง Bystonwell ต่อเช่นกัน แต่ถึงกระนั้น Tetsu ก็ได้ติดตามวงการเพลงมาตลอดและได้เข้าชมไลฟ์ต่างๆที่เล่นโดยวงใต้ดินอยู่เสมอ แต่ตัวเขาเองก็ไม่ได้ตั้งวงใหม่ขึ้นมาแต่อย่างใด
และแล้วทุกๆอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเค้าได้มีโอกาสมาทำความรู้จักกับ Hiro ผู้ซึ่งเคยเล่นอยู่ในวงชื่อ First Blood และ De-velguer มาก่อน Tetsu ได้ถือโอกาสนี้ในการเชิญชวน Hiro มาทำงานด้วยกัน โดยให้ Hiro อยู่ในตำแหน่งมือกีต้าร์ ซึ่ง Hiro เองก็ยินดีและยอมรับข้อเสนอของ Tetsu ทั้งสองจึงเริ่มทำวงดนตรีขึ้นมาด้วยกัน
ในช่วงเดียวกันกับที่ Tetsu ได้เริ่มตั้งวงใหม่นั้น วงดนตรีอีกวงหนึ่งชื่อ Kiddy Bombs ก็กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับสมาชิกวงที่เข้าๆออกๆกันบ่อยมากจนทำให้เหลือแค่ Takarai Hideto ในตำแหน่งมือกีต้าร์และ Pero ในตำแหน่งมือกลองอยู่เท่านั้น และสองคนนี้ก็ได้พยายามหาคนในวงมาเพิ่มและเปลี่ยนชื่อวงเป็น Jerusarem's Rod โดยที่ Takarai Hideto เปลี่ยนจากตำแหน่งมือกีต้าร์มาขึ้นร้องเป็นนักร้องนำของวงแทน และหลังจากนั้นมา Takarai Hideto ก็ได้เปลี่ยนชื่อในวงการของตนเองเป็น Hyde
Tetsu ผู้ที่กำลังติดตามวงการเพลงอยู่อย่างใกล้ชิดในช่วงนั้นก็กำลังหาคนมาเพิ่มให้กับวงของตนเองอยู่ และเขาก็ได้มีโอกาสดูไลฟ์ของวง Jerusalem's Rods ด้วย ซึ่ง Tetsu นั้นมีความสนใจในตัวนักร้องนำมากๆ และคิดว่านักร้องนำของวง Jerusalem's Rods น่าจะเป็นนักร้องนำที่เหมาะกับวงของตนเองมากที่สุด และเพราะเหตุนั้นเอง Tetsu จึงพยายามทำความรู้จักกับ Hyde และ Pero และเชิญชวนทั้งสองคนมาทำงานเพลงร่วมกัน ซึ่งทั้งสองคนก็ยอมรับข้อตกลงของ Tetsu และก็ได้ตั้งชื่อกับวงใหม่ของพวกเขาว่า L'Arc~en~Ciel ถึงแม้ว่าทั้ง Hyde และ Pero จะตัดสินใจเข้าร่วมวง L'Arc~en~Ciel แล้ว พวกเขาทั้งสองก็ยังเล่นไลฟ์ครั้งสุดท้ายให้กับวง Jerusalem's Rods ที่ Bahama ก่อนที่จะมาเป็น L'Arc~en~Ciel เต็มตัวด้วย และหลังจากไลฟ์ครั้งสุดท้ายของวง Jerusalem's Rods จบลง ทั้งสี่คน Tetsu (เบส), Hiro (กีต้าร์), Hyde (ร้องนำ), Pero (กลอง) ก็วางแผนที่จะทำเพลงเพื่อออกเดบิวต์ทันที
ในวันที่ 30 เดือนพฤษภาคมของปี 1991วง L'Arc~en~Ciel ก็ได้มีโอกาสเล่นไลฟ์ครั้งแรกที่ Nanba Rockets ซึ่งในไลฟ์นี้ทางวงได้เริ่มด้วยเพลง I Prefer ของ MINISTRY และต่อด้วยอีก 9 เพลงที่ส่วนใหญ่แต่งโดย Hiro และที่น่าสนใจเกี่ยวกับเพลง 9 เพลงนี้ก็คือ มันไม่ได้เป็นแค่เพลงที่เล่นกันก่อนเดบิวต์เท่านั้น แต่มันเป็นเวอร์ชั่นแรกๆของเพลงที่อยู่ในอัลบัมเดบิวต์ต่างหาก อย่างเช่นเพลง Be Destined และ Shutting from the Sky ในอัลบัม DUNE นั้นก็มีต้นกำเนิดมาจากเพลงของ Hiro เหมือนกัน นอกจากเพลง 9 เพลงที่แต่งกันเองและอีก 1 เพลงที่เป็นของ MINISTRY นั้น ในไลฟ์ที่ Nanba Rockets ครั้งนี้ทางวงก็ได้เล่นเพลง With Silence ซึ่งแต่เดิมเป็นเพลงของวง Jerusalem's Rods อีกด้วย
ปี 1991 ก็ได้ผ่านพ้นไป โดยภายในปี้นี้ L'Arc~en~Ciel ก็ได้ไปเล่นแสดงงานเพลงในหลายๆสถานที่ใน Osaka และก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างช้าๆ และที่น่าภูมิใจก็คือในเดือนกันยายนพวกเค้าก็ได้เล่นไลฟ์โชว์เดี่ยวด้วย (ก่อนหน้านี้ได้เป็นแค่ Guest หรือผลัดกันเล่นกับวงอื่น) และในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ วันที่ 31 เดือนธันวาคม วง L'Arc~en~Ciel ก็ได้ไปเล่นที่ Nanba Rockets อีกครั้งหนึ่งเพื่อทำการอัดเป็นวิดิโอเทปเก็บไว้ เทปเสียงที่อัดไว้ได้ถูกใช้เป็นเทป Demo ของวงด้วย

--
บทที่สอง : 目の前を扉は開かれて ~ ประตูที่เปิดอยู่เบื้องหน้า--

เมื่อปี 1992 เริ่มต้นขึ้น ทุกๆอย่างในวงเริ่มเป็นรูปเป็นร่างขึ้นและมีแฟนๆมากขึ้น จึงทำให้วง L'Arc~en~Ciel นั้นสามารถทำให้พวกเขาสามารถขายตั๋วของพวกเขาที่ Shinjuku LOFT ออกได้หมด ซึ่งพวกเขาก็ได้เปิดวิดิโอที่บันทึกไว้เมื่อปี 1991 ให้ผู้ชมได้รับชมกัน วิดิโอม้วนนี้พวกเขาตั้งชื่อให้มันว่า L'Arc~en~Ciel ตามชื่อของวง ซึ่งภายในม้วนก็ประกอบไปด้วยภาพการแสดงจากที่ต่างๆที่พวกเขาเคยไป และแทนที่จะเป็นเสียงจากไลฟ์นั้นๆที่ปรากฏอยู่บนจอ พวกเขาได้เปิดเพลง "Claustro Phobia" และ "I'm in pain" คลอไปกับภาพแทน
ในเดือนพฤษภาคมของปีเดียวกันนั้น วง L'Arc~en~Ciel ก็ได้ไปแสดงไลฟ์ที่ Nanba Rockets อีก แต่คราวนี้แสดงร่วมกับวงอีกวงหนึ่งที่ชื่อว่า Ber:Sati ในช่วง Encore ของไลฟ์นั้น ทั้งสองวงได้ทำกิจกรรมเล็กๆน้อยๆคือจัดเรียงตำแหน่งสมาชิกวงมาปนกันและตั้งชื่อวงใหม่เป็น B'Erc~en~Ciel และเล่น Cover เพลง 1999 -shy boy story- ของ D'ERLANGER, เพลง Dear Secret Lover, และเพลง Shade ของวง LUNA SEA ที่เรารู้จักกันดีอีกด้วย ถึงแม้ว่าวง L'Arc~en~Ciel กำลังไปได้สวย มือกีต้าร์ Hiro ก็ตัดสินใจที่จะลาออกจากวงในวันที่ 12 เดือนมิถุนายน
Tetsu ผู้ก่อตั้งวงไม่สามารถนิ่งดูดายและปล่อยให้วงต้องยุบไป เขานึกถึง Ken เพื่อนเก่าที่เคยเล่นในวง Bystonwell ด้วยกันและตัดสินใจที่จะติดต่อกับ Ken ในทันที ซึ่ง Ken เพื่อนเก่าเมื่อได้รับการติดต่อจาก Tetsu ก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะมาช่วยวงให้โดยที่มีความคิดว่าจะปลีกตัวออกมาจากช่วงเรียนเพื่อมาเล่นด้วย แต่พอเมื่อ Ken ได้เริ่มมาเล่นกับ L'Arc~en~Ciel อย่างจริงๆจังๆแล้วเค้าก็ได้ตัดสินใจที่จะลาออกจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย ในขณะที่อีกแค่ 6 เดือนเค้าก็จะได้รับปริญญาแล้ว ซึ่งจากการตัดสินใจของ Ken ครั้งนี้ก็ทำให้มีข่าวลือออกมาว่าบิดาและมารดาของ Ken นั้นไม่พูดคุยกับ Ken อีกเลยเพราะกลุ้มใจและเสียใจมากที่ลูกชายตัดสินใจทิ้งการศึกษาเพื่อมาเล่นดนตรี
ภายในเดือนมิถุนายนของปีเดียวกัน (1992) L'Arc~en~Ciel พร้อมกับมือกีต้าร์คนใหม่ Ken ก็เริ่มเข้าห้องอัดเป็นครั้งแรกและได้ทำซิงเกิลชื่อ Floods of Tears c/w Yasouka ออกมาเป็นซิงเกิลแรกภายใต้สังกัดค่าย NIGHT GALLERY ซิงเกิลนี้ออกมาในวันที่ 25 เดือนพฤศจิกายนและทำออกมาแค่ 1,000 แผ่นเท่านั้นซึ่งก็ขายหมดอย่างรวดเร็ว ว่ากันว่าในปัจจุบันซิงเกิลแผ่นที่ว่านี้หายากมาก แต่มีคนขายอยู่ที่ 60,000 เย็นญี่ปุ่น หรือคิดเห็นเงินไทยก็เป็นหมื่นบาทเลยทีเดียว
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น วง L'Arc~en~Ciel ได้ร่วมแสดงผลงานของวงในอัลบัม GIMMICK ซึ่งเป็นอัลบัมรวมเพลงต่างๆด้วย ซึ่งในอัลบัมนี้ เพลงที่วงได้มีโอกาสอัดก็คือเพลง Voice ที่แต่งโดย Ken ตอนนี้เมื่อวงเริ่มอัดเพลง เริ่มได้รับความนิยมและได้เล่นไลฟ์ในคลับเล็กๆมากขึ้น ก็ดูเหมือนกับว่าทุกๆอย่างจะไปได้สวยจนไม่มีใครวิตกว่าจะมีอะไรที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น...
ในปลายปี 1992 ในขณะที่วง L'Arc~en~Ciel กำลังเติบโตและไปได้สวย Pero มือกลองของวงก็ได้ตัดสินใจออกไปอีกคนด้วยเหตุผลที่ว่าอยากไปทำงานในวง Ange:Graie กับ Hiro มือกีต้าร์คนเก่าที่ออกไป และด้วยเหตุนี้เอง Tetsu หัวหน้าวงก็ต้องมีเรื่องให้กลุ้มอีกครั้ง เพราะเค้าได้วางแผนอะไรไว้หลายๆอย่าง และมันจะเป็นไปไม่ได้ถ้าหากวง L'Arc~en~Ciel จะไม่มีมือกลอง

--
บทที่สาม : もうすぐこの道の向こうにやって来る ~ ณ อีกฝั่งของถนนสายนี้--

แทนที่ทางวงจะมองหามือกลองจาก Osaka พวกเขาตัดสินใจที่จะหาคนโตเกียวมาร่วมงานด้วยเพราะเขาคิดว่ายังไงวงก็ต้องเดินทางไปโปรโมทตัวเองที่โตเกียวแน่นอนอยู่แล้วถ้าหากอยากจะประสบความสำเร็จ และ Tetsu ก็ไปสะดุดอยู่ที่ชายคนหนึ่งที่มีชื่อว่า Sakura ซึ่งเป็นมือกลองแบคอัพให้กับหลายๆวง Tetsu ก็ไม่รอช้า รีบติดต่อ Sakura ทันทีและได้เชิญชวนให้ Sakura มาดูไลฟ์ที่วง L'Arc~en~Ciel เล่น และหลังจากที่ Sakura ได้ดูไลฟ์ของวงแล้ว เขาก็ตัดสินใจเข้าร่วมวงทันที
วง L'Arc~en~Ciel ตัดสินใจที่จะเดินทางไปโตเกียว พวกเขาได้ทำข้อตกลงกับค่ายอิสระที่ชื่อว่า Danger Crue และเริ่มเข้าห้องอัดเพื่อทำอัลบัมทันที ในช่วงนี้ ณ ที่โตเกียว ทางวงก็มีแฟนเพลงหน้าใหม่ๆมากขึ้น และในวันที่ 11 เดือนมีนาคม ไลฟ์ครั้งแรกที่มี Sakura ของ L'Arc~en~Ciel ก็ได้จัดขึ้น ในไลฟ์นี้พวกเขาเล่นแต่เพลงที่มาจากอัลบัม DUNE และอีกหนึ่งเพลงคือ Yasouka และในวันที่ 10 เดือนเมษายน อัลบัม DUNE ล๊อตแรกที่มีแค่ 9 เพลงก็ได้ออกวางจำหน่ายให้สั่งซื้อทางไปรษณีย์ และในวันที่ 27 เดือนเมษายน อัลบัม DUNE ล๊อตธรรมดาก็ได้ออกวางจำหน่ายในท้องตลาดโดยที่ในอัลบัมเวอร์ชั่นนี้ ทางวงได้เพิ่มเพลงที่ 10 ชื่อเพลง Ushinawareta Nagame เข้าไปด้วย และภายในเดือนพฤษภาคมของปีนั้นเอง อัลบัม DUNE ก็ไต่ขึ้นไปถึงอันดับ 1 ของ Oricon Chart ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าวง L'Arc~en~Ciel ไม่มีปัญหาในการหาผู้ชมหรือแฟนๆในโตเกียวเลย
ในวันที่ 14 ของเดือนมิถุนายนวง L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทัวร์ที่ชื่อว่า Close by DUNE ขึ้น ทางวงได้เล่นไลฟ์ 10 ครั้งภายในวันที่ 14 มิถุนายนถึงวันที่ 3 กรกฎาคม และได้เล่นรอบสุดท้ายที่ชื่อว่า Close by DUNE FINAL ในวันที่ 1 ของเดือนสิงหาคม และในจุดจุดนี้ วง L'Arc~en~Ciel ได้ประจักษ์ให้เห็นว่าวงของพวกเขาได้ไต่ขึ้นมาอันดับต้นๆของวงอินดี้ส์แล้วและยิ่งไปกว่านั้น ค่ายเพลงใหญ่ๆก็เริ่มให้ความสนใจในวงของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่ Tetsu หัวหน้าวงยังไม่รับข้อเสนอ เขายังไม่ต้องการจะไปถึงจุดๆนั้น
ในวันที่ 10 เดือนตุลาคม วิดิโอชื่อ TOUCH OF DUNE ได้ออกวางจำหน่าย เป็นวิดิโอรวม PV (Promotional Video) สามเพลง ซึ่งก็คือเพลง Dune, Floods of Tears และเพลง As if in a dream ความโด่งดังของพวกเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางวงก็ได้ตอบสนองแฟนเพลงด้วยการเริ่มทัวร์อีกครั้งโดยใช้ชื่อทัวร์ว่า FEEL OF DUNE ในวันที่ 9 เดือน 11 ทัวร์ครั้งนี้มีทั้งหมด 14 ไลฟ์และจบลงในวันที่ 20 เดือนธันวาคม และทัวร์ครั้งนี้ก็ได้รับการตอบรับอย่างดีจากแฟนเพลง จึงทำให้ Tetsu ตัดสินใจว่าจะเซ็นสัญญากับค่ายเพลงใหญ่ๆ
ในปลายปีนี้เอง ที่ระยะเวลาของการเป็นวงอินดี้ส์ของ L'Arc~en~Ciel ได้จบลง...



--
บทที่สี่ : Your blurry eyes ~ เบลอรี่ อายส์--

เส้นทางการอาชีพของวง L'Arc~en~Ciel ภายใต้ค่ายใหญ่ได้เริ่มขึ้นพร้อมกับปี 1994 Tetsu ได้ตัดสินใจที่จะเซ็นสัญญากับ Sony Ki/oon Records ด้วยเหตุผลที่คิดว่าน่าจะเป็นที่ที่เหมาะที่สุดสำหรับวงของเขา (ในปัจจุบันนี้วง L'Arc~en~Ciel ก็อยู่ภายใต้สังกัด Ki/oon Records อยู่เหมือนเดิม) หลังจากนั้นทางวงก็เริ่มทัวร์ครั้งต่อไปที่มีชื่อว่า NOSTALGIA no Yokan โดยทัวร์นี้เหมือนจะเป็นการรวบรวมผลงานในยุคอินดี้มาแสดง วงได้เล่นเพลงในอัลบัม DUNE และก็ไม่ลืมที่จะเล่นเพลง With Silence ของ Jerusalem's Rods ด้วยและในทัวร์นี้ก็เล่นเพลงใหม่ๆอย่าง White Feathers, Blame, Nemuri ni Yosete อีกด้วย
ดูเหมือนว่าการที่วงได้เซ็นสัญญาเพื่อมาอยู่กับ Sony Ki/oon Records นั้นจะทำให้ทางวงมีอิสระในการทำดนตรีเป็นอย่างมาก สั่งการใส่เสียงอะคูสติคกีต้าร์ เสียงซิน และพวกเครื่องดนตรีอื่นๆนั้นก็เริ่มมาจากเพลงในช่วงนี้พวกเขาได้เริ่มทำกับ Sony ซึ่งก็ทำให้เพลงของพวกเขานั้นฟังดูมีความน่าสนใจมากขึ้น และภาพพจน์ของวงก็ดีขึ้นมากอีกด้วย
แฟนๆได้เห็น L'Arc~en~Ciel "แบบใหม่" ครั้งแรกคงเป็นในวิดิโอ Nemuri ni Yosete ที่ออกเมื่อวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม ซึ่งในวิดิโอนี้อิมเมจของวงก็ดูเหมือนว่าจะสวยงามมากขึ้น (ก่อนหน้านี้ออกแนว Visual หวือหวาน่ากลัว) และหลังจากนั้นไม่นาน L'Arc~en~Ciel ก็ออกอัลบัมที่สอง Tierra สู่ท้องตลาด
เพื่อเป็นการโปรโมตอัลบัมใหม่ Tierra นี้ วง L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทัวร์อีกครั้ง เป็นทัวร์ที่มีชื่อว่า Sense of Time '94 เล่นแปดรอบ และเริ่มทัวร์วันเดียวกับที่อัลบัม Tierra ออกวางจำหน่ายนั่นเอง ในทัวร์นี้ทางวงได้เล่นเพลงจากอัลบัมใหม่จำนวนมาก แต่ถึงกระนั้นก็ยังคงเล่นเพลงในสมัยอินดี้ส์ด้วย แสดงให้พวกเราเห็นว่าถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้ทำงานอยู่ในที่ใหญ่ๆอย่าง Sony พวกเราก็ไม่ลืมว่าพวกเขานั้นเริ่มต้นมาจากจุดไหน...
หลังจากทัวร์ Sense of Time '94 ทางวงก็ได้เดินทางไป Morocco เพื่อถ่ายทำวิดิโอ Siesta ~Films of Dreams~ เป็นวิดิโอที่อาร์ตมาก และมีเป็นช่วงๆของสมาชิกแต่ละคน และนอกจากทำ Siesta ~Films of Dreams~ แล้ว พวกเขายังได้ทำ PV ของเพลง Kaze no Yukue ที่ Morocco ด้วย วิดิโอนี้ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เดือนธันวาคม
ในช่วงนี้ ชื่อเสียงของวงก็เริ่มมีมากขึ้นอีกทั่วประเทศญี่ปุ่น และในอัลบัม Tierra นี้ เพลงที่มีชื่อว่า Blurry Eyes นั้นโดดเด่นมากและได้ถูกนำไปใช้เป็นเพลงประกอบการ์ตูนเรื่อง D.N.A2 ด้วย และหลังจากนั้นยังได้มีการทำซิงเกิลของเพลงนี้ออกมาขายโดยมี c/w เป็นเพลง Wind of Gold เวอร์ชั่นรีมิกซ์ เพลง Blurry Eyes นี้เป็นเพลงที่ทำให้ L'Arc~en~Ciel เป็นที่รู้จักในคนหมู่กว้าง และเพลงนี้ในปัจจุบันก็นับว่าเป็นเพลงประจำที่ L'Arc~en~Ciel จะต้องแสดงโชว์ในคอนเสริ์ทของพวกเค้าอยู่บ่อยๆเลยทีเดียว
ก่อนสิ้นปี 1994 ได้มี Official Fanclub ของ L'Arc~en~Ciel ก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อตัวเองว่า Ciel ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากเลยทีเดียว

--
บทที่ห้า : Brilliant Years ~ การเปลี่ยนแปลงที่สวยงาม--

ในปี 1995 นั้นถือว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของ L'Arc~en~Ciel ก็ว่าได้ ทางวงนั้นยังคงยึดติดอยู่กับงานเพลงช่วงอินดี้ส์อยู่บ้างแต่ก็ได้ตัดสินใจกันว่าจะหาแนวใหม่ๆให้กับวงและวางแผนกันไว้อีกด้วยว่าภายในสิ้นปี วงจะต้องเป็นเปรียบเสมือนวงใหม่ที่ทำงานเพลงสไตล์ที่ไม่เหมือนของเก่า
ปี 1995 เริ่มต้นด้วยทัวร์เล็กๆที่มีชื่อว่า Ciel/winter '95 ซึ่งให้เฉพาะสมาชิกแฟนคลับเข้าชมเท่านั้น ในทัวร์ครั้งนี้ทางวงเล่นเพลงของทั้งใน DUNE และ Tierra และพวกเพลงเก่าสุดๆอย่าง No Truth ด้วย ซึ่งดูๆแล้ววงก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรมากมายเหมือนกับที่วางแผนกันไว้
แต่พอมาถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ วงก็เริ่มอัดซิงเกิลใหม่ และในวันที่ 21 เดือนพฤษภาคมทางวงก็ได้ออกวางจำหน่ายวิดิโอ and She Said ซึ่งเพลงนี้นั้นจะออกเป็นแนวร๊อค และมีเสียงที่แตกต่างไปจากเพลงในอัลบัมก่อนๆ และในวันนั้นเองวง L'Arc~en~Ciel ก็เริ่มทัวร์รอบประเทศอีกครั้งโดยใช้ชื่อว่า in CLUB '95 ซึ่งใหญ่ที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยทำมาในปีก่อนๆ พวกเขาเล่นทั้งหมด 20 รอบตั้งแต่วันที่ 21 เดือนพฤษภาคมจนถึงวันที่ 27 เดือนมิถุนายน โดยที่ในทัวร์นี้ทางวงนั้นตั้งใจโปรโมทเพลงใหม่ๆอย่าง and She Said, Vivid Colors และ Brilliant Years แต่ถึงกระนั้นวงก็ยังคงเล่นเพลงเก่าอย่าง As if in a dream บ้างแทนที่จะเล่นเพลงใหม่ทั้งหมด
ไม่นานหลังจากที่ทัวร์ in CLUB '95 ได้จบลง ซิงเกิลใหม่ Vivid Colors c/w Brilliant Years ก็ได้ออกวางจำหน่าย ซิงเกิลนี้ออกจะเป็นแนวป๊อปๆมากกว่าเพลงก่อนๆ และทำยอดขายได้มากกว่าเพลง Blurry Eyes ตามความคาดหมายอีกด้วย ตอนนี้ก็ค่อนข้างเห็นได้ชัดแล้วว่าวง L'Arc~en~Ciel นั้นเลือกที่จะเปลี่ยนแปลงแนวเพลงของวงให้เป็นแนว ป๊อป/ร๊อคแทนที่สไตล์เดิมที่เป็นแนวเก่าๆและฟังดูลึกลับ นอกจากงานเพลงแล้ว อิมเมจของสมาชิกวงก็เปลี่ยนไปด้วย Tetsu และ Hyde เหมือนจะแต่งตัวดูมีความเป็นผู้หญิงมาก
ในเดือนสิงหาคม นอกจากวงจะเริ่มอัดซิงเกิลใหม่แล้ว พวกเขายังได้เริ่มแคมเปญเพื่อโปรโมทเพลง Vivid Colors และอัลบัมที่กำลังจะออกซึ่งก็คือ heavenly ในแคมเปญนี้ทางวงได้แสดงทั้งหมดสิบรอบโดยในแต่ละรอบนั้นจะมีสมาชิกเพียงแค่สองคนไปเข้าร่วม (Ken และ Sakura จับคู่กัน กับ Hyde และ Tetsu จับคู่กัน) และในรอบสุดท้ายพวกเขาได้แสดงด้วยกันทั้งวง ในงานต่างๆเหล่านี้จะมี PV เพลง Vivid Colors เปิดให้ชมด้วย
หลังจากที่วงได้โปรโมทตัวเองไปเมื่อเดือนที่แล้ว พวกเขาก็ได้ออกอัลบัมที่สาม heavenly ทันทีในวันที่ 1 ซึ่งอัลบัมนี้ได้ขึ้นเป็นอันดับที่ 3 บน Oricon Chart ซึ่งถือว่าทางวงได้พัฒนาขึ้นมากจากอัลบัมที่แล้ว Tierra ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าภูมิใจเป็นอย่างมาก พวกเขาได้เริ่มทัวร์ heavenly '95 โดยแสดงทั้งหมด 10 รอบ ที่น่ายินดีคือบัตรเข้าชมของพวกเขานั้นขายออกหมดทุกรอบ และในเดือนตุลาคมวันที่ 21 L'Arc~en~Ciel ก็ออกซิงเกิลใหม่ชื่อ Natsu no Yu-utsu [time to say goodbye] แต่ก็ทำยอดขายได้น้อยกว่าคราวที่แล้ว แต่ถึงอย่างไรก็ตาม L'Arc~en~Ciel ก็เดินหน้าต่อไปพร้อมกับความมั่นใจที่มีมากขึ้น
ทัวร์ heavenly '95 จบลงในวันที่ 4 ตุลาคมแต่วงก็ยังอยากจะเล่นคอนเสริ์ทอีก พวกเขาจึงจัดทัวร์อีกทัวร์หนึ่งซึ่งมีชื่อว่า The other side of heavenly '95 ขึ้นอีกและแสดงอีกสามรอบ นอกจากที่เพลงและอิมเมจของวงจะดูเบาลงแล้ว พวกเขายังเพิ่มความสนุกสนานเข้าไปในคอนเสริ์ทอีกด้วยโดยที่ช่วงนี้จะเริ่มเล่นกับแฟนเพลงไม่เหมือนเมื่อก่อนที่จะซีเรียสอย่างเดียว ถึงแม้ว่าวงจะเล่นเพลงเก่าๆช่วงอินดี้ส์อยู่บ้าง แต่พวกเขาก็ทำให้แฟนเพลงรู้ว่าวง L'Arc~en~Ciel ที่ได้สัมผัสอยู่นี้แตกต่างกับวง L'Arc~en~Ciel ที่เคยสัมผัสเมื่อในปี 1994
L'Arc~en~Ciel ได้จัดคอนเสริ์ทขึ้นที่ Budokan เป็นครั้งแรกใน TOUR heavenly '95 final เป็นการส่งท้ายปี 1995 (เวทีนี้เป็นเวทีในฝันของวงหลายๆวงแต่บางทีวงพวกนั้นก็ไม่มีโอกาสได้ขึ้น) คอนเสริ์ทนี้ได้จัดขึ้นในวันที่ 27 เดือนธันวาคม และทางวงก็ได้เล่นเพลงของทุกอัลบัมที่ได้ออกมา ทั้ง heavenly, Tierra และ DUNE บัตรเข้าชมของคอนเสริ์ทนี้ขายออกหมดในเวลาเพียง 28 นาทีเท่านั้น

--
บทที่หก : 虹色に輝く素敵な時 ~ วันเวลาที่เจิดจรัสสวยงามเหมือนสีรุ้ง--

ต้นปี 1996 ทางวงก็ได้ออกวางจำหน่ายวิดีโอ heavenly~ films พร้อม ๆ กับสมุดภาพ หรือ Photobook อีก 2 เล่มที่มีชื่อว่า heavenly photographs และ heavenly films ที่มีความพิเศษตรงที่มีรวมภาพไลฟ์ที่ Budokan เอาไว้ด้วย และในเดือนเมษายนปีนั้น ทัวร์ kiss me deadly '96 ของ L'Arc~en~Ciel ก็เริ่มขึ้นทั้ง ซึ่งในทัวร์ครั้งนี้จะสังเกตได้ว่าทางวงมีแฟนเพลงเป็นผู้ชายค่อนข้างมากเหมือนกัน ไม่ได้มีแค่แฟนเพลงเป็นผู้หญิงซะส่วนมากอีกต่อไป ทางวงจึงเริ่มมีความมั่นใจขึ้นเพราะนี่เป็นเหมือนสัญญาณว่า L'Arc~en~Ciel ทำเพลงออกมาเข้าถึงแฟนเพลงได้มากขึ้น
ซิงเกิลที่สี่ของพวกเขาที่มีชื่อว่า Kaze ni Kienaide ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 8 กรกฎาคม ซึ่งเป็นซิงเกิลที่เปิดตัวได้ดีทีเดียว เพราะนอกจากจะขึ้นไปติดอยู่ในอันดับ 4 บน Oricon Chart แล้ว ยังกลายเป็นเพลงประกอบละครเรื่อง Moueru Asia Taiyo ทางฟูจิทีวีและรายการ Music Park ทางนิปปอนทีวีอีกด้วย และแล้วทางวงก็จัดทัวร์ฤดูร้อน BIG CITY NIGHTS AROUND '96 ที่เริ่มขึ้นปลายเดือนเดียวกันนั้นเอง และคราวนี้พวกเขาก็ได้ขึ้นไปเล่นที่ Budokan อีกครั้งหนึ่ง ในทัวร์นี้พวกเขาได้แสดง 5 รอบและที่พิเศษสุดๆก็คือพวกเขาได้ร้องเพลงใหม่ flower และ Sayounara ในทัวร์นี้ด้วยและในวันที่ 17 ของเดือนตุลาคมหลังจากที่ทัวร์จบไปได้สักพักใหญ่ ซิงเกิล flower c/w Sayounara ก็ได้ออกวางจำหน่ายซึ่งคราวนี้ก็ทำยอดขายได้ดีมากยิ่งขึ้นกว่างานก่อนๆอีก
หลังจากนั้นไม่นาน ซิงเกิล Lies and Truth ก็ได้ออกวางจำหน่าย เพลงนี้แนวดนตรีจะออกไปทางป๊อปมากกว่า ถึงแม้ว่าจะไม่โด่งดังเท่า flower แต่เพลงนี้ก็ทำให้แฟนๆแทบรออัลบัมใหม่ไม่ไหว และในที่สุดอัลบัมที่สี่ของพวกเขา True ก็ได้ออกไปสู่ท้องตลาดในวันที่ 24 เดือนธันวาคม และที่น่ายินดีที่สุด อัลบัมที่สีของพวกเขานี้ขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 1 บน Oricon Chart หลังจากที่พวกเขาพยายามมานานแสนนาน อัลบัม True นั้นนับได้ว่าเป็นงานที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากสำหรับวง L'Arc~en~Ciel เพราะอยู่บนชาร์ทนานถึง 10 สัปดาห์และมียอดขายมากกว่าล้านแผ่นเลยทีเดียว
ในช่วงปลายปีนั้น L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทัวร์อีกครั้งภายใต้ชื่อ "Carnival of True" เป็นคอนเสิร์ตส่งท้ายปีแห่งความสำเร็จอีกปีหนี่งของพวกเขาเลยทีเดียว โดยในปีนี้พวกเขาก็ยังไม่ลืมที่จะแสดงเพลงที่โด่งดังอย่าง Blurry Eyes ด้วย ทัวร์ครั้งนี้ถือว่าเป็นโฉมใหม่ของวงก็ว่าได้ เพราะว่าในช่วงนี้นั้น สมาชิกวงแต่ละคนก็มีอิมเมจที่แตกต่างไปจากเมื่อก่อน ทุกๆคนไว้ผมยาวปานกลางกันทั้งนั้น แตกต่างจากเมื่อก่อนที่จะไว้ผมยาวปล่อยสยายลงมา ในปีนี้การตอบรับของแฟนๆยังคงดีขึ้นไปเรื่อยๆ


.
--
บทที่เจ็ด : 「時は奏でて想いはあふれる」~ ...สายรุ้ง..--

ปีใหม่ผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็วจนทำให้สมาชิกทุกคนไม่เป็นอันพักกันเลยทีเดียว ในเดือนกุมภาพันธ์หลังจากที่ Carnival of True ได้จบลงแล้ว L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทำผลงานต่อกันทันที แต่แล้วสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น...
ในเดือนกุมภาพันธ์นั้น Sakura มือกลองของวงได้ถูกตำรวจจับกุมข้อหามียาเวพย์ติดเฮโรอีนไว้ในครอบครอง และภายในเดือนนั้นเองกิจกรรมและงานต่างๆของวงก็ต้องหยุดหมด แผนการต่างๆรวมถึงซิงเกิลใหม่ the Fourth Avenue Cafe ก็ต้องยกเลิกหมด ทั้งผลงานต่างๆของ L'Arc~en~Ciel ก็ถูกโล๊ะออกจากชั้นขายของหมดทั้งสิ้น ทั้งรายการทีวีต่างๆก็หยุดให้เพลงของพวกเขาทันที เป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่ากลัวมาก หลังจากที่พวกเขาได้ขึ้นไปมีชื่อเสียงโด่งดัง ในตอนนี้กลับเงียบกริบ ไม่มีข่าวคราวใดใดทั้งสิ้น...
หลังจากนั้น ในเดือนเมษายน Sakura ได้ตัดสินใจออกจาก L'Arc~en~Ciel เพราะเขาไม่สามารถสู้หน้าเพื่อนๆที่ต้องลำบากเพราะเขาได้ Sakura ได้เขียนจดหมายเพื่อลาเพื่อนๆในวงโดยที่เนื้อความนั้นก็จะเป็นการขอโทษทั้งหมด
Tetsu หัวหน้าวงไม่คิดที่จะปล่อยให้ความฝันของเขาต้องหลุดลอยไปเป็นอันขาด เขาจึงรีบเสาะหามือกลองคนใหม่อย่างเร่งด่วน คราวนี้เขาได้พบกับ Yukihiro ผู้ซึ่งเคยเล่นกลองแบคอัพให้วงอื่นๆมาหลายวงเหมือนกับ Sakura ในตอนแรก Tetsu ไม่รอช้ารีบทาบทามให้ Yukihiro มาลองเล่นในวง L'Arc~en~Ciel ก่อนโดยอยู่ในตำแหน่งมือกลองซัพพอร์ทชั่วคราว
L'Arc~en~Ciel และ Yukihiro ได้ตัดสินใจที่จะบินไปแถวทวีปยุโรปเพื่อหลีกเลี่ยงสื่อต่างๆที่พยายามจะเข้าหาวงและทำข่าวในด้านลบ และภายในเดือนสิงหาคมปีนั้น พวกเขาพร้อมกับซัพพอร์ทดรัมเมอร์คนใหม่ Yukihiro ก็ได้ทำ PV และอัดซิงเกิลใหม่กันแล้ว
ในวันที่ 17 เดือนตุลาคม L'Arc~en~Ciel ได้กลับมาพร้อมกันเป็นวงที่เหลือเพียงแค่ 3 คนเท่านั้นซึ่งก็คือ Ken, Hyde และ Tetsu พวกเขาได้ออกเพลงที่มีชื่อว่า Niji ออกมา เป็นเพลงที่ชื่อมีความหมายเดียวกันกับชื่อวง L'Arc~en~Ciel ซึ่งก็คือสายรุ้งนั่นเอง เพลงนี้ Hyde ผู้แต่งเนื้อร้องตั้งใจจะให้ออกมาเป็นอารมณ์เดียวกันกับสายรุ้งหลังพายุฝน หรือถ้าพูดอีกอย่างก็คือพวกเขาอยากจะให้เพลงแสดงถึงความเป็นอยู่ของวงด้วย ที่ต้องผ่านพ้นมรสุมเมื่อต้นปีและกลับมายืนหยัดเหมือนเดิมอย่างเข้มแข็ง ในซิงเกิลนี้ Yukihiro ได้เล่นกลองให้ด้วย แต่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกวงอย่างเต็มตัว
พวกเขาเริ่มต้นใหม่อีกครั้งโดยเรียกวงของตนเองว่า the Zombies และพูดว่าพวกเขานั้นเป็นวงที่เล่น Cover L'Arc~en~Ciel พวกเขาในนาม the Zombies ได้เข้าไปสดงใคลับเล็กๆซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเล่นเพลงในอัลบัม True และเพลง Niji เป็นหลัก นอกจากเพลงของพวกเขาเองแล้วก็ยังมีการเล่น Cover เพลงของ Marilyn Manson เล็กๆน้อยๆอีกด้วย
ถึงแม้ว่าพวกเขาจะได้เล่นตามคลับเล็กๆบ้างแต่คอนเสริ์ทการกลับมาของพวกเขาจริงๆแล้วจัดในวันที่ 23 เดือนธันวาคม ที่โตเกียวโดม โดยสามารถขายบัตรทั้งหมด 56,000 ที่นั่งออกหมดอย่างรวดเร็วภายใน 4 นาที ซึ่งนี่ไม่ได้หมายความว่า L'Arc~en~Ciel ทำลายสถิติการขายบัตรเข้าชมการแสดงเร็วที่สุดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่แฟนๆก็ต้องการ L'Arc~en~Ciel กลับมาในวงการเช่นกันถึงแม้ว่าจะมีหรือไม่มี Sakura ก็ตาม ในคอนเสริ์ทครั้งนี้ L'Arc~en~Ciel ได้เล่นเพลง Niji ทั้งตอนเปิดและปิดคอนเสริ์ท Hyde นักร้องนำปลื้มปิติมาก ก่อนจบคอนเสริ์ทเขาได้บอกกับแฟนๆในโตเกียวโดมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในที่นี้จะเป็นไปไม่ได้เลยถ้าหากไม่มีแฟนเพลงสนับสนุน

--
บทที่แปด : 限りない夢をこの両手に掴んで ~ คว้าฝันที่ไม่มีสิ้นสุดนั้นมาด้วยสองมือเรา--

จากคอนเสริ์ทเมื่อท้ายปี 1997นั้นทำให้ L'Arc~en~Ciel ได้รู้ว่ามีแฟนเพลงอีกมากมายที่รอการกลับมาของพวกเขา พวกเขาจึงมีแรงใจและความมั่นใจที่จะสร้างสรรค์ผลงานออกมาอีก ในเดือนมกราคมนั้น Yukihiro ได้เป็นมือกลองคนใหม่ของวงอย่างเป็นทางการและได้ออกซิงเกิลใหม่ winter fall ในวันที่ 28 ซึ่งซิงเกิลนี้ถือว่าเป็นซิงเกิลที่ออกแนวป๊อปร๊อคฟังสบายๆมากกว่า Niji ที่เป็นร๊อคใส่อารมณ์เศร้าหมอง ซิงเกิล winterfall นี้พุ่งขึ้นอันดับ 1 ด้วย ซึ่งถือว่าเป็นซิงเกิลแรกที่ทำอันดับได้ดีขนาดนี้
อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา L'Arc~en~Ciel ได้ออกอัลบัมใหม่ที่มีชื่อว่า HEART สู่ท้องตลาด ถึงแม้ว่าซิงเกิลที่ปล่อยออกมาก่อนจะมีกลิ่นอายของป๊อปอยู่มากพอสมควรแต่ในอัลบัมนี้พวกเขาได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าได้พยายามใส่ความเป็นร๊อคเข้าไปเยอะทีเดียว และในปลายปีอัลบัม HEART นี้ก็ได้รับรางวัล "อัลบัมร๊อคยอดเยี่ยมแห่งปี" และยังได้ขึ้นไปอยู่ที่อันดับ 1 ใน Oricon Chart สามารถขายได้มากกว่า 1,000,000 แผ่นภายในสัปดาห์แรก ในช่วงนี้อัลบัม HEART นี้นับว่าเป็นงานที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของพวกเขาเลยก็ว่าได้
ในเดือนต่อมาทางวงก็ได้ออกซิงเกิลใหม่อีกเพลงซึ่งก็คือ DIVE TO BLUE เป็นเพลงที่มีความเป็นป๊อปมากพอสมควร เพลงนี้ก็ได้รับความนิยมตามความคาดหมาย และนอกจากนั้น L'Arc~en~Ciel ยังได้ไปแสดงโฆษณาโทรศัพท์เคลื่อนที่ NTT ที่ใช้เพลง DIVE TO BLUE นี้เป็นเพลงประกอบโฆษณาอีกด้วย
L'Arc~en~Ciel ได้ออกรวม PV ออกมาขายสู่ท้องตลาดในเดือนเมษายนโดยใช้ชื่อว่า A PIECE OF REINCARNATION และในเดือนต่อมาพวกเขาก็ได้เริ่มทัวร์ครั้งใหญ่ HEART ni hi o Tsukero! ซึ่งเล่นทั้งหมดหลายสิบรอบ และถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงเล่นคอนเสริ์ท พวกเขาก็ช๊อคแฟนเพลงด้วยการออกซิงเกิลพร้อมกันสามตัวในวันเดียวกัน HONEY, Kasou และ Shinshoku ~lose control~ สามซิงเกิลนี้ได้ถูกใช้ในภาพยนตร์เรื่อง GODZILLA และทำให้แฟนเพลงอึ้งพอสมควรเนื่องจากอารมณ์และเนื้อหาที่ค่อนข้างมืด และในซิงเกิลยังมีเพลงในเวอร์ชั่น remix ที่ Yukihiro เป็นคนทำอีกด้วย ซิงเกิล HONEY ซึ่งในขณะนี้เป็นเพลงที่ได้รับความนิยมมากเป็นเพลงที่ทำออกมาในแนวร๊อค และเพลง Kasou นั้นออกมาแตกต่างจากอีกทั้งสองซิงเกิล โดยเพลงนี้เป็นเพลงที่อารมณ์ออกมืดๆ และมีจังหวะปานกลาง พลอยทำให้หอลนึกทึงเพลงสมัยเก่าได้อยู่บ้าง ถึงแม้ว่าทั้งสามซิงเกิลนี้จะแตกต่างกันแต่ทั้งหมดก็ขายได้มากกว่าล้านแผ่น
หลังจากการออกซิงเกิลที่น่าตกใจนี้ L'Arc~en~Ciel ก็เริ่มทัวร์ของพวกเขาต่อ โดยรวมทั้งหมดแล้วในปีนี้พวกเขาได้แสดงมากกว่า 50 รอบเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเยอะมากๆสำหรับ L'Arc~en~Ciel และถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำงานกันค่อนข้างหนัก แต่ก็ยังออกซิงเกิลใหม่มาอีกซึ่งคราวนี้ใช้ชื่อว่า snow drop และในสัปดาห์ต่อมาก็มีซิงเกิลใหม่ชื่อ forbidden lover ออกมาอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้ L'Arc~en~Ciel ก็ได้ออกซิงเกิลมาทั้งหมด 6 ซิงเกิลด้วยกันหลังจากที่ได้ออกอัลบัม HEART ไป และเพลงทุกเพลงก็เป็นเพลงใหม่อีกต่างหากแต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวคราวว่าทางวงจะทำอัลบัมใหม่ จึงสร้างความฉงนให้กับแฟนเพลงและสื่อเป็นอย่างมาก
ในที่สุดทัวร์ที่ยาวนานของพวกเขาก็จบลง และก็ยังออกวางจำหน่ายวิดิโอบันทึกการแสดงสดของทัวร์ครั้งนี้ในวันที่ 23 เดือนธันวาคมอีกด้วย และที่ยอดเยี่ยมมากก็คือ ในวันที่ 31 เดือนธันวาคม วง L'Arc~en~Ciel ได้ขึ้นเล่นในงานมหกรรมเพลงขาวแดงของญี่ปุ่น Kouhaku Utagassen โดยแสดงเพลง HONEY ในงานนั้น นับว่าเป็นการส่งท้ายปีที่ยอดเยี่ยมอีกปีนึงของ L'Arc~en~Ciel
อัลบัม HEART ที่ได้ออกวางจำหน่ายในปีนี้ได้รับ "อัลบัมร๊อคยอดเยี่ยมแห่งปี" และนอกจากนั้น ซิงเกิลอีกสามแผ่นที่ออกพร้อมกัน Kasou, HONEY และ Shinshoku ~lose control~ ก็ได้รับรางวัล "ซิงเกิลยอกเยี่ยมแห่งปี" พร้อมกันอีกด้วย

--
บทที่เก้า : 来世でまた会おう ~ แล้วพบกันใหม่ในโลกหน้านะ!--

ในเดือนเมษายนปี 1999 ได้มีข่าวฮือฮาเกี่ยวกับ L'Arc~en~Ciel นั่นก็คือพวกเขาคิดจะทำอัลบัมออกพร้อมกัน 2 อัลบัมนั่นเอง ในช่วงนี้พวกเขามีซิงเกิล 6 ซิงเกิลด้วยกันและนอกจากนั้น ในวันที่ 18 เดือนเมษายน L'Arc~en~Ciel ยังได้ออกซิงเกิลมาอีกหนึ่งซิงเกิล นั่นก็คือ HEAVEN'S DRIVE นั่นเอง เพลงนี้เป็นเพลงที่ออกจะเป็นแนวร๊อค คล้ายๆกับ HONEY ที่เพิ่งออกไปไม่นาน และในซิงเกิลนี้ เพลง c/w ของมันก็เป็นเพลงรีมิกซ์โดย Yukihiro อีกเช่นเคย HONEY เป็นเพลงที่ฮิตมากได้ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งใน Oricon Chart และขายได้มากกว่าล้านแผ่นด้วย และในเดือนเดียวกันนี้ L'Arc~en~Ciel ก็เป็นแขกรับเชิญประจำในรายการ LONDON HEARTS ซึ่งพวกเขาจะไปแสดงโชว์เพลงที่จะมาในอัลบัมใหม่ทุกๆครั้ง
ในฤดูร้อนของปี 1999 พวกเขาได้อีกซิงเกิลมาอีก คราวนี้เป็นเพลงช้าๆหวานๆ Pieces นั่นเอง และเพลงนี้ในปัจจุบันก็ยังเป็นเพลงที่หลายๆคนชอบอยู่ไม่น้อย ส่วน c/w ของซิงเกิลนี้ก็ยังคงเป็นเพลงรีมิกซ์ที่ Yukihiro ทำอีกเหมือนกับซิงเกิลก่อนๆ คราวนี้เป็นการรีมิกซ์เพลง fate ในอัลบัม HEART และในช่วงนี้นี่เองที่ทางวงพร้อมแล้วที่จะออกอัลบัมคู่มาให้แฟนๆได้ฟังกันเต็มๆเสียที...
ในที่สุด อัลบัมคู่ของ L'Arc~en~Ciel ภายใต้ชื่อ ark และ ray ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 1 เดือนกรกฎาคม ซึ่งก็โด่งดังตามความคาดหมาย สามารถทำยอดขายได้มากกว่าสองล้านแผ่นต่ออัลบัม ซึ่งรวมๆแล้วก็มากถึงสี่ล้านแผ่นเป็นอย่างต่ำเลยทีเดียว ที่น่าขันก็คือทั้งสองอัลบัมขึ้นไปติดอยู่บน Oricon Chart ทั้งคู่โดย ark อยู่ในอันดับที่ 1 คู่กับ ray ในอันดับที่ 2 อัลบัมคู่ ark , ray นี้เองที่ทำให้วงเริ่มมีความมั่นใจมากที่สุด ถึงแม้ว่าจะต้องผ่านช่วงวิกฤติตอนที่ Sakura ถูกจับเพราะมีเฮโรอีนอยู่ในครอบครองก็ตาม
แน่นอนที่สุด L'Arc~en~Ciel ก็เริ่มทัวร์สำหรับโปรโมทอัลบัมใหม่ทันที และแทนที่พวกเขาจะเล่นหลายๆที่เหมือนกับทัวร์ครั้งที่แล้ว คราวนี้พวกเขาเลือกที่จะเล่นแค่เพียง 6 ที่ 12 รอบเท่านั้น ทัวร์นี้ใช้ชื่อว่า 1999 GRANDCROSS CONCLUSION บัตรเข้าชมทุกรอบถูกจำหน่ายหมดจนเกลี้ยง และที่น่าดีใจที่สุดก็คือมีผู้เข้าชมการแสดงของพวกเขารวมๆกันถึง 650,000 คนเลยทีเดียว ซึ่งนับว่าเยอะมากถ้าเทียบกับคราวก่อน
ในวันที่ 11 สิงหาคมของปีเดียวกัน L'Arc~en~Ciel ได้ออกซิงเกิลของเพลงที่อยู่ในอัลบัม ark มาวางจำหน่าย ซึ่งเหตุผลที่พวกเขาทำออกมาก็คือเพลงนี้ได้ถูกนำไปประกอบการ์ตูนชื่อดังเรื่อง GTO (Great Teacher Onizuka) และในวันเดียวกันนั้น คอลเลคชั่น PV ก็ได้ออกมาวางจำหน่ายอีกชุดหนึ่ง นับว่าเดือนนี้ก็ไม่มีอะไรใหม่ แต่ที่น่าจับตามองก็คือ c/w ของซิงเกิล Driver's High นั้นได้ใช้เพลงที่ Yukihiro มิกซ์มาอีกแล้ว แฟนๆจึงเริ่มสงสัยว่า L'Arc~en~Ciel มีแผนจะทำอะไรใหม่อีกหรือเปล่า
สามเดือนให้หลัง จากที่ออกอัลบัม ark และ ray พร้อมกัน L'Arc~en~Ciel ได้ตัดซิงเกิลเพลงใหม่ออกมาวางจำหน่ายอีกแล้ว ซึ่งคราวนี้เป็นซิงเกิลที่มีชื่อว่า LOVE FLIES ออกจำหน่ายในวันที่ 27 ตุลาคม เพลงนี้ดนตรีแต่งโดย Ken เนื้อร้องแต่งโดย Hyde ซึ่งเจ้าตัวได้ให้ข่าวกับสื่อว่าเค้าต้องการให้แฟนเพลงในประเทศต่างๆที่ไม่ใช่ญี่ปุ่นได้เข้าใจเพลงของพวกเขาบ้างไม่มากก็น้อย และเช่นเคย เพลง c/w ของซิงเกิลก็ยังคงเป็นเพลงเก่าที่ Yukihiro นำมามิกซ์ใหม่
LOVE FLIES ถือว่าเป็นงานซิงเกิลสุดท้ายที่ L'Arc~en~Ciel ได้ออกมาในปี 1999 นี้ แต่ถึงจะไม่มีอะไรใหม่ๆที่น่าตื่นเต้น ในเดือนธันวาคมนั้นก็มีวิดิโอและดีวีดีการแสดงสดของทัวร์ 1999 GRANDCROSS CONCLUSION ออกมาวางจำหน่าย และนอกจากนั้นวง L'Arc~en~Ciel ยังได้รางวัล "แต่งกายยอดเยี่ยม" ประจำปี 1999 อีกด้วย และในปีนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ L'Arc~en~Ciel ได้ขึ้นแสดงในงานมหกรรมเพลงขาวแดง ในคราวนี้พวกเขามากับเพลง HEAVEN'S DRIVE ซึ่งเป็นเพลงแนวคล้ายๆกับ HONEY
ท้ายที่สุดเพื่อเป็นการส่งท้ายปี 1999 เพื่อเดินทางไปสู่โลกใหม่ในปี 2000 L'Arc~en~Ciel ก็ได้เล่นไลฟ์ที่มีชื่อว่า RESET>>LIVE*000 อีกด้วย ซึ่งไลฟ์นี้พวกเขาเล่นในปี 1999 และจบในปี 2000 นับว่าเป็นกิจกรรมเล็กๆน้อยๆที่ถูกในแฟนเพลงมากเลยทีเดียวเพราะว่ามีคนจำนวนมากถึง 35,000 ที่เข้าดูไลฟ์ และอีกจำนวน 20,000 คนดูการถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ท ในไลฟ์ครั้งนี้ L'Arc~en~Ciel ได้เล่นเพลงใหม่เป็นการเปิด และเล่นเพลงใหม่อีกเพลงหนึ่งเป็นการปิดไลฟ์

--
บทที่สิบ : NEO UNIVERSE ~ นีโอ ยูนิเวริ์ส--

ในวันที่ 19 เดือนมกราคม ของปี 2000 พวกเขาได้ทำซิงเกิลของเพลงใหม่ที่เล่นในไลฟ์ครั้งสุดท้ายส่งปี 1999 ออกมาวางจำหน่าย เป็นซิงเกิลของเพลง NEO UNIVERSE / finale ซึ่งมากับ c/w ที่เป็นเพลงมิกซ์ของ Yukihiro อีกซิงเกิล ซิงเกิลนี้นับว่าเป็นงานแรกของ L'Arc~en~Ciel ที่ออกมาในปี 2000
ภายในเดือนมีนาคมของปี 2000 วง L'Arc~en~Ciel เพลง HEAVEN'S DRIVE ได้รับรางวัล "เพลงเด่นประจำดี" ในขณะที่ NEO UNIVERSE / finale ได้รับรางวัล "ซิงเกิลยอดเยี่ยมแห่งปี" และ ark , ray ก็ได้รับรางวัล "อัลบัมยอดเยี่ยมแห่งปี" เป็นช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นมากเลยทีเดียวสำหรับทั้งตัววง L'Arc~en~Ciel เองและแฟนๆ เพราะทางวงไม่เคยแรงขนาดนี้มาก่อน
ในเดือนเมษายน Official Fanclub ของ L'Arc~en~Ciel ก็ได้เปลี่ยนชื่อจาก Ciel เป็น LE-CIEL และช่วงนี้ทางวงก็ได้หยุดพักเหนื่อยกันชั่วคราว และเริ่มมีข่าวคราวใหม่ๆโผล่มาช่วงเดือนมิถุนายน ซึ่งในเดือนมิถุนายนวันที่ 28 นี้ วงก็ได้ออกอัลบัม ectomorphed work มาวางจำหน่าย ซึ่งก็เป็นอัลบัมรวมเพลงรีมิกซ์ที่ Yukihiro เป็นคนทำนั่นเอง ในอัลบัมนี้ประกอบไปด้วยเพลงรีมิกซ์ทั้งหมดจำนวน 10 เพลง
หลังจากที่อัลบัมรีมิกซ์ของพวกเขาออกไปไม่นาน ซิงเกิลใหม่ชื่อ STAY AWAY ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวีนทรา 19 เดือนกรกฎาคม มาพร้อมกับ c/w เพลง get out from the shell สองเพลงหลักในซิงเกิลนี้ได้รับความนิยมมากพอสมควร และในปัจจุบันยังมีแฟนเพลงไม่น้อยที่ชอบเพลงสองเพลงนี้ และในเดือนเดียวกัน ทางวงก็ได้ประกาศข่าวออกมาว่าพวกเขาจะมีอัลบัมใหม่ออกมาให้ฟังกันอีก
อัลบัมที่แปดชื่อ REAL ได้ออกวางจำหน่ายในปลายเดือนสิงหาคม โดยในอัลบัมนี้เหมือนกับทาง L'Arc~en~Ciel จะเพิ่มลูกเล่นจำพวก Syn เข้าไปในเพลงมากกว่าอัลบัมก่อนๆมากเลยทีเดียว แต่ก็ไม่สามารถทำยอดขายได้มากเท่า ark, ray แต่ถึงกระนั้นอัลบัม REAL ก็มียอดจำหน่ายเป็นล้านชุดเช่นกัน ซึ่งก็นับว่าไม่น้อยเลย
ตามความคาดหมาย L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทัวร์คอนเสริ์ทอีกครั้งสำหรับอัลบัมใหม่ของพวกเขา คราวนี้แทนที่พวกเขาจะไปเล่นในที่ใหญ่ๆอย่างเคย พวกเขากลับไปเล่นในสถานที่เล็กๆในไลฟ์เฮ้าส์ ทัวร์ครั้งนี้มีชื่อว่า CLUB CIRCUIT 2000 REALIVE เล่นแค่ 10 รอบเท่านั้น โดยทางวงได้ให้ข่าวไว้ว่าพวกเขาอยากจะให้ชิดกับแฟนเพลงมากกว่าคราวก่อนๆที่เคยจัดในที่ใหญ่ๆ แต่เมื่อ CLUB CIRCUIT 2000 REALIVE จบลง L'Arc~en~Ciel ก็ได้เริ่มทัวร์ใหม่อีกครั้งชื่อ TOUR 2000 REAL ซึ่งคราวนี้พวกเขาเลือกที่จะเล่นแค่ในโดมเท่านั้น คราวนี้เล่นที่โตเกียวโดมถึงสี่รอบเลยทีเดียว และที่พิเศษที่สุดก็คือ ในรอบสุดท้ายนั้นได้มีการถ่ายทอดสดผ่านทาง SKY PERFECT TV ราคาค่ารับชมประมาณ 2000 - 3000 เย็นญี่ปุ่น และที่พิเศษมากไปกว่านั้น วง L'Arc~en~Ciel ได้ออกอากาศถึง 5 ช่องด้วยกัน โดยถ่ายสมาชิกวงโดยรวมช่องหนึ่ง และอีก 4 ช่องก็แยกเป็นรายบุคคลไป และในคอนเสริ์ทนี้ยังมีถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ทอีกด้วย
ในปลายปี พวกเขาก็ได้ขึ้นเล่นในงานมหกรรมเพลงขาวแดงอีกเป็นครั้งที่ 3 ซึ่งในปีนี้พวกเขาได้เล่นเพลง STAY AWAY ซิงเกิลดังของปี



--
บทที่สิบเอ็ด : 船はゆく まだ見ぬ場所へ ~ ล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมาย--

ปี 2001 เริ่มต้นขึ้นด้วยกิจกรรมแปลกๆ นั่นก็คือเว็บไซต์ Official ของ L'Arc~en~Ciel ได้ทำโพลล์ให้แฟนๆจากทั่วเอเชียโหวตซิงเกิลที่ตนเองชื่นชอบผ่านทางเว็บเพื่อเหตุผลที่ว่าจะนำไปใส่ในอัลบัมรวมฮิต มีแฟนๆจำนวนมากถึง 1,500,000 คนที่ให้ความร่วมมือกับทางเว็บไซต์ เพลงที่ได้คะแนนโหวตมากที่สุดคือเพลงเก่าๆอย่าง flower ส่วนอัลบัมรวมฮิตนี้ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวันที่ 14 เดือนมีนาคม ชื่ออัลบัม Clicked Singles Best 13 รวบรวมเพลงที่ถูกโหวตมากที่สุด 12 เพลงและเพลงใหม่หนึ่งเพลงชื่อ Anemone และด้วยเหตุผลที่ว่าแฟนๆที่ละประเทศนั้นโหวดไม่เมหือนกัน ทาง L'Arc~en~Ciel ก็ได้ออกมาวางจำหน่ายสามเวอร์ชั่น สำหรับสามประเทศนั่นก็คือเวอร์ชั่นญี่ปุ่น เวอร์ชั่นไต้หวัน และเวอร์ชั่นฮ่องกง
ในปลายเดือนมีนาคม L'Arc~en~Ciel ได้ออก CHRONICLE 2 มาวางจำหน่าย และนอกจากข่าวการวางจำหน่ายคอลเลคชั่น PV ใหม่นี้ ทางวงก็ได้เงียบๆไป ไม่มีงานใหม่ๆออกมาอีก
ในวันที่ 20 เดืออนมิถุนายน L'Arc~en~Ciel ได้ออกวิดิโอและดีวีดีของ CLUB CIRCUIT REALIVE 2000 มาวางจำหน่าย และหลังจากที่พวกเขาไม่ได้มีงานใหม่ออกมาอยู่หลายเดือน ทางวงก็ได้ออกซิงเกิลใหม่ Spirit dreams inside มาจำหน่าย ซึ่งเพลงนี้เป็นเพลงประกอบของหนังภาพยนตร์อนิเมชั่นเรื่อง Final Fantasy : The Spirits Within นั่นเอง
ปี 2001 จบไปอย่างเงียบเชียบ ทางวง L'Arc~en~Ciel ได้เริ่มต้นปีอย่างเงียบๆ แล้วก็จบปีอย่างเงียบๆ แต่ถ้งแม้ว่าจะไม่ได้มีงานใหม่ในฐานะวงสักเท่าไหร่ พวกเขาก็ได้แยกย้ายกันออกไปทำงานเดี่ยว หรือทำโซโล่กัน ทำให้แฟนเพลงเกิดการสงสัยว่า ทางวงจะมีทิศทางอย่างไรต่อไปในอนาคต

--
บทที่สิบสอง : A wandering satellite ~ โคจรไปเรื่อยๆรอบทิศทาง--

ในปี 2002 ไม่มีข่าวใหม่ๆจากสมาชิกวงในฐานะงานของวงเลย จะมีก็แต่ข่าวงานเดี่ยวของพวกเขา Hyde นักร้องนำออกมาทำงานเดี่ยวภายใต้ชื่อของเขาเองในตัวพิมพ์ใหญ่ ซึ่งก็คือ HYDE และ Tetsu ผู้ก่อตั้งวง/มือเบสได้ออกมาทำงานเดี่ยวภายใต้ชื่อ tetsu69 ในขณะที่ Ken มือกีต้าร์ของวงได้ฟอร์มวงใหม่ชื่อ S.O.A.P (Sons Of All Pussy) และ Yukihiro มือกลองคนปัจจุบันของวงได้ทำงานเดี่ยวภายใต้ชื่อ Acid Andriod ที่น่าสนใจเกี่ยวกับข่าวคราวงานเดี่ยวของสมาชิกวงก็คือ Sakura มือกลองคนเก่าของวงนั้นได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของ S.O.A.P ด้วย ซึ่งตัวเค้าก็กลับมาเล่นกลองเหมือนกับตำแหน่งเดิมที่เลยอยู่ใน L'Arc~en~Ciel และมากไปกว่านั้น Ken ผู้ตั้งวง S.O.A.P ยังได้ไปคว้าเอานายแบบที่เคยเล่น PV ให้ L'Arc~en~Ciel มาเป็นมือเบสอีกต่างหาก นับว่าเป็นอะไรที่แปลกมาก
เพราะเหตุนี้เองจึงทำให้แฟนๆเริ่มกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป และเริ่มสงสัยว่าจะได้ฟังเพลงที่เป็นผลงานในนามของ L'Arc~en~Ciel อีกไหม

--
บทที่สิบสาม : Heading for the sun ~ ไปสู่ดวงอาทิตย์ที่เจิดจ้านั่น--

ปี 2003 ก็เริ่มต้นมาอย่างเงียบๆเช่นเคย แต่ก็มีข่าวที่น่ายินดีอยู่บ้างซึ่งก็คือทาง Sony ได้ออกวางจำหน่ายอัลบัมรวมฮิตเพลงของวงในช่วงปี 1994 - 1998 และ 1998 - 2000 ตามข่าวนั้นบอกว่าทางวง L'Arc~en~Ciel นั้นก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรมากในตอนที่ Sony ตัดสินใจจะออกอัลบัมรวมฮิตของพวกเขา เพราะว่าต่างคนก็ต่างตั้งใจทำงานเดี่ยวของตัวเองอย่างแข็งขัน
ในเดือนมิถุนายน วง L'Arc~en~Ciel ได้ประกาศข่าวที่ทำให้แฟนๆดีใจนั่นก็คือ พวกเขาจะเริ่มทัวร์สั้นๆที่มีชื่อว่า Shibuya Seven Days ซึ่งคราวนี้รอบแรกได้เปิดให้เฉพาะสมาชิกของ Official Fanclub เข้าชม และในอีก 7 รอบต่อมาพวกเขาก็แสดงแต่ใน Yoyogi National Stadium คราวนี้ผลตอบรับก็ดีเยี่ยม บัตรเข้าชมทั้งหมด 87,000 ใบเศษๆจำหน่ายออกหมดภายใน 3 นาที เพราะเช่นนี้ทำให้เราเห็นได้ว่า L'Arc~en~Ciel ก็ยังคงมีแฟนเพลงที่ติดตามพวกเขาอยู่เหนียวแน่นเหมือนเดิม
ในวันสุดท้ายของทัวร์ มีรายการสามอย่างที่ได้ประกาศมาให้สื่อและแฟนเพลงรับรู้ นั่นก็คือพวกเขาเตรียมการที่จะออก Photobook เล่มใหม่ในวันที่ 30 เดือนสิงหาคม และดีวีดีบันทึกการแสดงสดของทัวร์ Shibuya Seven Days จะออกวางจำหน่ายในวันที่ 17 เดือนธันวาคม และอัลบัมใหม่จะออกวางจำหน่ายในวันที่ 31 เดือนมีนาคมของปีถัดไป
ปี 2003 จบไปพร้อมกับการแสดงทัวร์เล็กๆ Shibuya Seven Days และ ข่าวอัลบัมใหม่ทั้งๆที่ยังไม่มีซิงเกิลอะไรจากวงออกมาเลยนอกจาก Spirit dreams inside แต่ก็ทำให้แฟนเพลงรองานของพวกเขาอย่างใจจดใจจ่อ รอการกลับมาของ L'Arc~en~Ciel

--
บทที่สิบสี่ : 声を上げる時だ ~ ถึงเวลาแล้วที่ต้องลุกขึ้นมาใหม่!!--

ในปี 2004 ได้มีการประกาศข่าวออกมาว่า L'Arc~en~Ciel จะกลับมาพร้อมกับซิงเกิลใหม่ภายใต้ชื่อ READY STEADY GO ในวันที่ 4 เดือนกุมภาพันธ์ เพลงนี้เป็นเพลงที่แต่งดนตรีโดย Tetsu และแน่นอน ขับร้องโดย Hyde ซึ่งในซิงเกิลนี้ เสียงของ Hyde นั้นมีความทุ้มต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด และในวันที่ 3 เดือนมีนาคม L'Arc~en~Ciel ก็ได้ออกเพลงช้าๆหวานๆมาอีกเพลงนั่นก็คือ Hitomi no Jyunin ในซิงเกิลนี้ Hyde ได้แสดงความสามารถในการขึ้นเสียงสูงให้แฟนเพลงได้ฟังกัน เป็นเสียงที่หาไม่ได้แน่นอนใน READY STEADY GO
และในที่สุด เมื่อถึงวันที่ 31 เดือนมีนาคม L'Arc~en~Ciel ก็ได้ออกอัลบัมใหม่มาสู่ท้องตลอด อัลบัมนี้มีชื่อว่า SMILE การออกจำหน่ายอัลบัมนี้เป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจนของการกลับมาของ L'Arc~en~Ciel บ่งบอกถึงความพร้อมของพวกเขาที่จะเดินต่อไปข้างหน้าในอนาคต
งานของพวกเขายังคงมีออกมาเรื่อยๆ ต่อจากอัลบัม SMILE ทางค่าย Danger Crue ได้ออกอัลบัม DUNE ~10 Years Anniversary~ ของ L'Arc~en~Ciel มาวางจำหน่าย คราวนี้อัลบัม DUNE ของพวกเขาได้มี Floods of Tears (Single Version), Yasouka และ Yokan รวมอยู่ด้วย ซึ่งสามเพลงนี้เป็นเพลงที่ตอนแรกทางวงทำออกมาแค่ 1,000 ชุดเท่านั้น เพลงทุกเพลงในอัลบัมครบรอบสิบปีนี้ได้ถูกรีมาสเตอร์ให้มีคุณภาพที่ดีขึ้นทั้งหมด
เช่นเคย L'Arc~en~Ciel ได้เริ่มทัวร์โปรโมทอัลบัมของพวกเขา คราวนี้ใช้ชื่อว่า SMILE TOUR 2004 เริ่มในวันที่ 11 เดือนพฤษภาคมจนถึงวันที่ 24 มิถุนายน ทางวงได้เล่นทั้งหมด 16 รอบ และได้เปิดตัว P'UNK~en~Ciel อีกด้วย ซึ่ง P'UNK~en~Ciel นี้เป็นการสลับตำแหน่งของสมาชิกในวง และเล่นเพลงเก่าๆในสไตล์พังค์ นอกจากนี้ L'Arc~en~Ciel ยังเล่นเพลงใหม่ล่าสุดอย่าง Jiyuu e no Shoutai และเล่นเพลงที่เก่าสุดๆอย่าง Yokan อีกด้วย
ในช่วงทัวร์ ซิงเกิล Jiyuu e no Shoutai ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวีนทรา 21 เดือนมิถุนายน และได้ขึ้นไปติดอยู่ในอันดับที่หนึ่งใน Oricon Chart และ c/w ของซิงเกิลนี้ก็คือเพลง milky way ในรูปแบบของ P'UNK~en~Ciel
นอกจากงาน SMILE TOUR 2004 แล้ว พวกเขายังได้ไปเข้าร่วมงาน THE ROCK ODYSSEY 2004 อีกด้วย เป็นคอนเสริ์ทรวมศิลปินเพลงร๊อคซึ่งจัดขึ้น 2 วัน ในคอนเสริ์ทนี้ L'Arc~en~Ciel ได้แสดงเพลงในอัลบัม SMILE ซะส่วนใหญ่ และเพลงเก่าที่ดังๆของพวกเขาด้วย
L'Arc~en~Ciel ไม่ได้มีผลงานแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ Tofu Records (ผู้จัดจำหน่ายเพลงญี่ปุ่นของแคลิฟอร์เนีย) ได้ทำการวางจำหน่ายอัลบัมของ L'Arc~en~Ciel ในสหรัฐอเมริกาด้วย นอกจากอัลบัม SMILE แล้ว ทาง Tofu Records ยังได้ทำอัลบัมรวมซิงเกิลฮิต Clicked Singles Best 13 ออกมาวางจำหน่ายด้วย ซึ่งก็ได้ผลตอบรับที่ดีกว่าที่ Sony เคยทำออกมาขายที่สหรัฐอเมริกาเหมือนกันในปีก่อนๆ นอกจากนั้น ยังมีการประกาศเกี่ยวกับการมาเยือนของ L'Arc~en~Ciel ที่จะมาเล่นคอนเสริ์ทในสหรัฐอเมริกาอีกด้วย คอนเสริ์ทนี้ถูกรวมอยู่ใน SMILE TOUR 2004 ด้วย ทางวงได้ไปเล่นที่ First Mariner Arena และได้แสดงเพลงต่างๆมากมายเช่น HONEY, Driver's High, Blurry Eyes และปิดท้ายคอนเสริ์ทด้วยเพลง Pieces มีแฟนๆให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับสมาชิกวงทุกคน
วงยังคงออกผลงานมาเรื่อยๆ ในเดือนธันวาคมพวกเขาได้ออกดีวีดี LIVE in USA มาวางจำหน่าย เป็นดีวีดีบันทึกการแสดงสดที่สหรัฐอเมริกาทั้งการแสดง และนอกจากนั้นพวกเขายังได้ไปเล่นในงาน DANGER III อีกด้วย ในคราวนี้ได้ไปเล่นในฐานะ P'UNK~en~Ciel แสดงเพลง milky way สไตล์พังค์และได้เล่นเพลง Killing Me ที่จะเป็นซิงเกิลต่อไปที่จะออกในเดือนมกราคมของปีหน้า ปี 2005 ด้วย นอกจากนั้นยังเล่นเพลงสไตล์พังค์อีกเพลง Round and Round พร้อมกับดาวตลกชื่อดังของญี่ปุ่นที่มาทำหน้าที่เป็นมือคีย์บอร์ด Aoki Sayaka
ปี 2004 จบลงไปพร้อมกับงานใหม่ๆอีกมากมาย ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับแฟนเพลงว่าพวกเขาจะยังคงอยู่ในฐานะวง L'Arc~en~Ciel ต่อไป และพร้อมที่ก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่น ในอนาคตที่พวกเขาลิขิตเอง...



--
... to be continued ...--


★★ L'Arc~en~Ciel ♥ LINE-UP ★★

--ปัจจุบัน--
Hyde (ร้องนำ)
Tetsu (เบส)
Ken (กีต้าร์)
Yukihiro (กลอง)

--
สมาชิกเก่า--
Sakura (มือกลองช่วงปี 1992-1997)
Hiro (มือกีต้าร์ช่วงปี 1991-1992)
Pero (มือกลองช่วงปี 1991-1992)

--
D'Ark~en~Ciel--
DARK TETSU (ร้องนำ)
HYDE Dark (กีต้าร์)
Suck~D'Ark~La (เบส)
Ken D'Ark (กลอง)

--
P'UNK~en~Ciel--
Tetsu P'UNK (กีต้าร์และร้องนำ)
Hyde P'UNK (กีต้าร์)
Yukihiro P'UNK (เบส)
Ken P'UNK (กลอง)

★★ L'Arc~en~Ciel ♥ TIME LINE ★★

--1991--

เมษายน
tetsu ได้ฟอร์มวงขึ้นที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น

พฤษภาคม
ทางวงได้มีการแสดงครั้งแรกที่ Namba Rockets และหลังจากนั้นก็ได้เริ่มการแสดงในที่อื่นๆทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น

--1992--

มีนาคม
ได้มีการแสดง video-present gig ที่โอซาก้าและโตเกียว และได้เดินทางไปทางภาคตะวันออกของญี่ปุ่นด้วย (ในการแสดง video-present gig ที่โอซาก้าและโตเกียวนั้น ตั๋วขายออกจนหมดทั้งสองที่)

มิถุนายน
มือกีตาร์คนแรกได้ออกจากวงและ ken ก็เข้ามาทำหน้าที่เป็นมือกีตาร์แทน และในเดือนนี้เองทางวงก็ได้ทำ Single แรก

สิงหาคม
ทางวงได้ร่วมทำอัลบัม GIMMICK รวมกับวงอื่นๆ และยังได้จัดการแสดงบ่อยขึ้น อีกทั้งยังมีการจัดทัวร์ในภาคตะวันออกของญี่ปุ่น และจากการแสดงเหล่านี้ ทำให้วงเริ่มมีแฟนเพลงในภาคตะวันออก และได้รับความนิยมที่โอซาก้า

ตุลาคม
วันที่ 01 : อัลบัม GIMMICK ได้ออกวางจำหน่าย มีเพลง "Voice" ของวงรวมอยู่ด้วย ซึ่งเพลงนี้อยู่ภายใต้สังกัดค่าย Columbia Records

พฤศจิกายน
Single แรกในฐานะวงอินดี้ส์ได้ออกวางจำหน่าย เป็น Single ชื่อ "Floods of Tears / Yasouka" อยู่ภายใต้สังกัดค่าย Night Galary และมีออกวางจำหน่ายเพียงแค่ 1,000 ชุดเท่านั้น

ธันวาคม
วันที่ 30 : หลังจากการแสดงไลฟ์ที่ Osaka Muse Hall มือกลองคนแรกก็ได้ออกไปจากวง

--1993--

มกราคม
sakura ได้เข้าร่วมวงในฐานะมือกลองคนใหม่และทางวงก็ได้เริ่มทำงานเพลงเพื่อรวมเป็นอัลบัมต่อไป

มีนาคม
เริ่มเข้าห้องอัดเพื่อทำอัลบัมแรก DUNE
วันที่ 11 : ทางวงได้จัดแสดงไลฟ์ชื่อ SONIC GIG ที่ Ebisu Guilty และไลฟ์นี้ก็จำกัดผู้เข้าชมไว้แค่ 250 คนเท่านั้น ซึ่งคนเหล่านี้จะต้องสั่งซื้อตั๋วทางไปรษณีย์

เมษายน
วันที่ 10 : อัลบัม DUNE ที่มีปกแบบพิเศษได้ออกจำหน่ายในจำนวนจำกัดแค่ 10,000 ชุดเท่านั้น และต้องสั่งซื้อทางไปรษณีย์อีกด้วย
วันที่ 14 : วงได้เข้าร่วมแสดงสดในงานที่มีชื่อว่า Kareinaru Mashou ที่ Shibuya Kokaido
วันที่ 27 : อัลบัมแรก DUNE ได้ออกวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

พฤษภาคม
วันที่ 03 : ได้ไปแสดงในงาน Subliminal Vision
วันที่ 31 : อัลบัม DUNE ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งใน Oricon Chart

มิถุนายน
ทัวร์ครั้งแรก Close by DUNE ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 14 : WOODY STREET, Hiroshima
วันที่ 15 : DRUM-Be1, Hakata
วันที่ 20 : CLUB GIO, Ishikawa
วันที่ 22 : Ban Ban V4, Kanazawa
วันที่ 23 : Club Junk Box, Niigata
วันที่ 25 : YAMAHA Hall, Sendai
วันที่ 26 : Quarter, Aomori
วันที่ 29 : 7th Avenue, Yokohama


กรกฏาคม
วันที่ 01 : Heartland Studio, Nagoya
วันที่ 03 : Namba Rockets, Osaka

สิงหาคม
วันที่ 01 : วันสุดท้ายของทัวร์ใช้ชื่อว่า Close By DUNE FINAL จัดขึ้นที่ Nissin Power Station ซึ่งในรอบสุดท้ายนี้ตั๋วเข้าชมขายออกหมดทุกใบ

ตุลาคม
วันที่ 21 : VHS ชื่อ TOUCH OF DUNE ได้ออกวางจำหน่าย

พฤศจิกายน
ทัวร์ครั้งที่สอง FEEL OF DUNE ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 09 : Muse Hall, Kyoto
วันที่ 11 : Ban Ban V4, Kanazawa
วันที่ 12 : Live House J, Nagano
วันที่ 14 : Club Junk Box, Niigata
วันที่ 15 : Club Junk Box, Niigata
วันที่ 19 : DRUM-Be1, Hakata
วันที่ 20 : Jyuramu TOPS, Oita
วันที่ 27 : Nippon Seinen-kan, Tokyo
วันที่ 29 : W'HOL, Osaka

ธันวาคม
วันที่ 10 : Club Quatro, Nagoya
วันที่ 12 : Rattan, Maebashi
วันที่ 17 : Beeb Basement Theater, Sendai
วันที่ 18 : Quarter, Aomori
วันที่ 20 : Penny Lane 24, Sapporo


--1994--

เมษายน
ทัวร์ครั้งที่สาม Nostalgy no Yokan ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 03 : Shibuya Kokaido
วันที่ 13 : Geijutsu Souzou Center, Nagoya
วันที่ 15 : Melparque Hall, Osaka

กรกฏาคม
วันที่ 01 : VHS ของเพลง Nemuri ni Yosete ได้ออกวางจำหน่ายภายใต้สังกัดค่าย Sony Ki/oon Records
วันที่ 14 : อัลบัม Tierra ได้ออกวางจำหน่าย และนอกจากนั้น ทัวร์ครั้งที่สี่ Sense of Time '94 ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 14 : Melparque Hall, Osaka
วันที่ 15 : Melpargue Hall, Osaka
วันที่ 18 : Kinrou Kaikan, Aichi
วันที่ 20 : Astel Plaza, Hiroshima
วันที่ 22 : Tsukushi Kaikan, Fukuoka
วันที่ 25 : Fades, Niigata

สิงหาคม
วันที่ 03 : Seinen Bunka Center, Sendai
วันที่ 27 : Tokyo Bay NK Hall

ตุลาคม
วันที่ 21 : Single แรก Blurry Eyes ภายใต้สังกัดค่าย Sony Ki/oon Records ได้ออกวางจำหน่าย
- เพลงนี้ได้เป็น Theme song ให้กับรายการการ์ตูนของ NTV ที่มีชื่อว่า "D.N.A 2" (ตั้งแต่วันที่ 7 เดือนตุลาคม ถึง วันที่ 23 เดือนธันวาคม)
- hyde นักร้องนำได้ไปแสดงในโฆษณา AXIA (ฉายในปลายเดือนกันยายนจนถึงปลายเดือนตุลาคม)

ธันวาคม
วันที่ 01 : VHS ชื่อ Siesta - Film of Dreams ได้ออกวางจำหน่าย

--1995--

มกราคม
การแสดง Live Gig ที่ชื่อว่า Ciel / winter '95 ได้เริ่มขึ้นเพื่อเป็นการตอบแทนการก่อตั้งอย่างเป็นทางการของ Fanclub ซึ่งได้แสดง ณ;
วันที่ 24 : Osaka International Exchange Center
วันที่ 25 : Namba Rockets, Osaka
วันที่ 30 : Shibuya Kokaido


กุมภาพันธ์
วันที่ 01 : Fanclub อย่างเป็นทางการของวงได้ก่อตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อว่า Ciel
วันที่ 04 Shibuya Kokaido
วันที่ 26 : ทางวงได้เริ่มอัดะอัลบัมที่สามและซิงเกิล

พฤษภาคม
VHS ชื่อ and She Said ได้ออกวางจำหน่าย
ทัวร์ครั้งที่สี่ in CLUB '95 ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 21 : VOGUE, Kumagai
วันที่ 23 : CLUB GIO, Ishikawa
วันที่ 26 : Live House J, Nagano
วันที่ 27 : Ban Ban V4, Kanazawa
วันที่ 29 : Club Quatro, Osaka

มิถุนายน
วันที่ 02 : Onion Studio, Kitami
วันที่ 03 : REVEL Obihiro
วันที่ 05 : Kanamori Hall, Hakodate
วันที่ 07 : AUN Hall, Morioka
วันที่ 09 : Session Shouwa, Yamagata
วันที่ 11 : Muse Hall, Kyoto
วันที่ 13 : Live House Jyango, Kumamoto
วันที่ 14 : SR Studio, Kagoshima
วันที่ 16 : Jyuramu TOPS, Oita
วันที่ 18 : Paper Land, Okayama
วันที่ 20 : Salon Kitty, Matsuyama
วันที่ 21 : ZE-YO, Kochi
วันที่ 24 : Club Quatro, Nagoya
วันที่ 26 : NISSIN POWER STATION
วันที่ 27 : NISSIN POWER STATION
* ในทัวร์ครั้งนี้ทางวงได้ไปใน 19 เมืองโดยใช้รถเป็นพาหนะในการเดินทาง ซึ่งคิดคำนวนระยะทางทั้งหมดแล้วรวมเป็น 9,575 กว่าไมล์ (ประมาณ 15,407 กิโลเมตร)
* ในทัวร์ครั้งนี้ ทางวงได้หยุดเล่นกลางคันถึง 4 ครั้ง


กรกฏาคม
วันที่ 06 : Single ที่ 2 Vivid Colors ได้ออกวางจำหน่าย
- เพลงนี้ได้เป็น Ending Theme ให้กับ Guru Guru Ninty Nine ของช่อง NTV (ตั้งแต่วันที่ 2 เดือนกรกฎาคม ถึง วันที่ 24 เดือนกันยายม)
- เพลง c/w ที่มีชื่อว่า Brilliant Years ได้เป็น Ending Theme ให้กับ Shin Dora ของช่อง NTV (ตั้งแต่วันที่ 11 เดือนเมษายน ถึง วันที่ 27 มิถุนายน)
วันที่ 22 : ได้ไปแสดงที่งาน SHOCK AGE SPECIAL '95 ที่ Shibuya Kokaido
วันที่ 30 : ได้แสดงในงานแคมเปญที่จัดขึ้นในตอนกลางคืน งานนี้มีชื่อว่า Rendez-vous จัดที่ Shibuya Kokaido

สิงหาคม
วันที่ 01 : เริ่มเข้าห้องอัดเพื่ออัดซิงเกิลที่สาม Natsu no Yu-utsu [time to say good-bye]
ทางวงได้เริ่มแคมเปญทั่วประเทศที่มีชื่อว่า Rendez-vous 1995 Summer ณ;
วันที่ 24 : Daiichi 7F, Satellite Studio, Hiroshima (ken & sakura)
Fades, Niigata (hyde & tetsu)
วันที่ 25 : Fan Q Hall, Okayama (ken & sakura)
วันที่ 26 : Penny Lane 24, Sapporo (hyde & tetsu)
วันที่ 27 : Diamond Hall, Nagoya (hyde & tetsu)
Matsumoto Record Yellow Studio, Kumamoto (ken & sakura)
วันที่ 28 : Bayside Place, Fukuoka (ken & sakura)
วันที่ 29 : Beeb Basement Theater, Sendai (hyde & tetsu)
วันที่ 30 : Roppongi Art Forum, Tokyo (สมาชิกทุกคน)
วันที่ 31 : IMP Hall, Osaka
วันที่ 22 : ได้แสดงร่วมกับวง Kuroyume และ Yellow Monkey ที่งาน Sai no kuni, Chichibu Muse Concert '95 NACK-5 GO-ROCK


กันยายน
วันที่ 01 : อัลบัมที่สาม "heavenly" ได้ออกวางจำหน่าย (ขึ้นเป็นอันดับที่สามใน Oricon Chart ทันที)
ทัวร์ครั้งที่ห้าชื่อ TOUR heavenly '95 ได้เริ่มขึ้น (บัตรเข้าชมทุกใบขายออกหมด) ณ;
วันที่ 08 : Sendai Shimin Kaikan
วันที่ 10 : Sapporo Factory Hall
วันที่ 12 : Fades, Niigita
วันที่ 14 : Scara Espassio, Hukuoka
วันที่ 16 : Aster Plaza, Hiroshima
วันที่ 18 : Osaka International Exchange Center
วันที่ 19 : Osaka International Exchange Center
วันที่ 21 : Kinrou Kaikan, Aichi

ตุลาคม
วันที่ 04 : NHK Hall

วันที่ 03 : รายการวิทยุของวงชื่อ Midnight Rock City ที่ออนแอร์เป็นประจำได้เริ่มขึ้น รายการนี้เลิกออนแอร์ในปลายเดือนมีนาคมปี 1996
วันที่ 21 : Single ที่สาม Natsu no Yu-utsu [time to say good-bye] ได้ออกวางจำหน่ายและได้ขึ้นไปอยู่อันดับที่ 15 ทันที
- เพลงนี้ได้เป็น Ending Theme ของรายการ M-Navi ช่อง TBS (ตั้งแต่วันที่ 6 เดือนตุลาคมจนถึงวันที่ 24 เดือนพฤศจิกายน)
วันที่ 22 : ได้ไปแสดงในรายการ Music Station ของช่อง TV Asahi

พฤศจิกายน -
วันที่ 21 : ได้ไปแสดงรายการสดชื่อ Kiss Me Live ของช่อง Chukyo TV

ธันวาคม
ทัวร์ครั้งที่หก "The other side of heavenly '95" ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 12 : Bayside Jenny, Osaka
วันที่ 13 : Bottomline, Nagoya
วันที่ 25 : NISSIN POWER STATION

วันที่ 23 - วันที่ 25 : ร่วมมือกับสวนสนุก Toshimaen เพื่อจัดกิจกรรมขึ้น
- ผู้ที่ซื้อซิงเกิล Natsu no Yu-utsu [time to say good-bye] จะได้เข้าสวนสนุกฟรี และสองหมื่นคนแรกจะได้การ์ดที่ระลึกอีกด้วย และนอกจากนั้น ในสวนสนุกจะมีการฉายวิดิโอพิเศษของวงที่โรงละครพิเศษที่มีชื่อว่า Dream Dome
วันที่ 24 : ทางวงได้ออนแอร์สดในรายการวิทยุ MIDNIGHT ROCK CITY ซึ่งได้เชิญให้แฟนๆมาร่วมด้วย จึงทำให้มีแฟนๆจำนวนมากที่ไม่ได้เข้าร่วมรายการด้วยมารวมตัวกันอยู่ ณ ที่จัดรายการ และในวันเดียวกันนี่เอง Photobook เล่มแรกที่มีชื่อว่า heavenly christmas bax ก็ได้ออกวางจำหน่ายกับอัลบัม heavenly ที่ออกมาเป็นเวอร์ชั่น music box
วันที่ 27 : การแสดงครั้งสุดท้ายของทัวร์ The other side of heavenly '95 ที่มีชื่อว่า "TOUR heavenly '95 Final" ได้จัดขึ้น ณ Nippon Budokan ซึ่งบัตรเข้าชมทั้งหมดถูกขายหมดภายในเวลา 28 นาที

--1996--

มีนาคม
วันที่ 21 : VHS ม้วนที่ 4 "heavenly ~films~" ออกวางจำหน่าย นอกจากนั้น Live document photobook ชื่อ "heavenly photographs" และ live photobook ชื่อ "heavenly ~films~" ก็ได้ออกวางจำหน่ายในวันเดียวกัน

เมษายน
ทัวร์ครั้งที่เจ็ด "kiss me deadly heavenly '96" ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 03 : Yuki Shimin Center
วันที่ 06 : Hibiya Yagai Ongakudo
วันที่ 07 : Hibiya Yagai Ongakudo
วันที่ 14 : Miyagi Kenmin Kaikan
วันที่ 15 : Akita-shi Numka Kaikan
วันที่ 17 : Sapporo Shimin Kaikan
วันที่ 18 : Asahikawa Shimin Kokaido
วันที่ 23 : Terusa, Niigata
วันที่ 24 : Kanaza-shi Bunka Hall
วันที่ 26 : Kosei Nenkin Kaikan Large Hall, Osaka
วันที่ 27 : Nagoya-shi Kokaido

พฤษภาคม
วันที่ 01 : Kyoto Kaikan (No. 2)
วันที่ 03 : Aster Plaza, Large Hall, Hiroshima
วันที่ 05 : Kumamoto Kenritsu Gekijo Engeki Hall
วันที่ 06 : Kagoshima Shimin Kaikan
วันที่ 08 : Fukuoka Shimin Kaikan
วันที่ 10 : Ehime Kenmin Bunka Kaikan
วันที่ 12 : Okayama Shimin Bunka Hall
วันที่ 13 : Kochi Kenmin Bunka Hall (Orange)
วันที่ 15 : Tochigi Sogo Bunka Center
วันที่ 16 : Koriyama-shi Bunka Center (Mid)
วันที่ 21 : Urawa-shi Bunka Center
วันที่ 23 : Nagano Kenmin Bunka Kaikan (Mid)
วันที่ 29 : Ichikawa-shi Bunka Kaikan (Large)
* เนื่องจากเหตุการณ์ที่ tetsu มือเบสได้เกิดอาการณ์ล้มป่วยขึ้นอย่างกระทันหันจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลขึ้นในวันที่ 11 เมษายน ทำให้ในทัวร์นี้มีบางรอบที่เป็นรอบชดเชยให้กับรอบที่ต้องถูกยกเลิกไปเพราะอาการณ์ป่วยของ tetsu

วันที่ 26 : มีคอนเสริ์ทที่ชื่อว่า "kiss me deadly heavenly '96 REVENGE" ณ ที่ Tokyo Bay NK Hall ซึ่งในคอนเสริ์ทนี้ตั๋วทุกใบถูกขายหมดภายในสิบนาทีแรกที่เริ่มจำหน่าย

มิถุนายน
วงเริ่มทำอัลบัมใหม่ซึ่งวางแผนไว้ว่าจะออกวางจำหน่ายภายในสิ้นปี

กรกฏาคม
วันที่ 08 : Single ที่ 4 มีชื่อว่า Kaze ni Kienaide c/w I'm so happy ได้ออกวางจำหน่าย (ขึ้นเป็นอันดับที่ 4 บนชาร์ทเพลง)
- เพลงนี้ได้เป็น Ending Theme ให้กับ "Moretsu Asia taro" ช่อง Fuji TV (ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม)
- เพลงนี้ได้เป็น Ending Theme ให้กับ "Music Park" ช่อง NTV (ระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 31 เดือนสิงหาคม)

สิงหาคม
ทัวร์ฤดูร้อน "BIG CITY NIGHTS ROUND AROUND '96" ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 26 : Nippon Budokan
วันที่ 27 : Nippon Budokan

กันยายน
วันที่ 01 : Nagoya Shimin Kaikan (Large)
วันที่ 03 : Osaka Kosei Nenkin kaikan
วันที่ 04 : Osaka Kosei Nenkin Kaikan

* รวมทั้งหมดเป็นโชว์ 5 ครั้งใน Tokyo, Nagoya และ Osaka
วันที่ 20 : อาร์ทติสบุ๊คที่มีชื่อว่า is ได้ออกวางจำหน่าย

ตุลาคม
วันที่ 07 : รายการวิทยุของวงที่ออนแอร์ประจำได้เริ่มขึ้น เป็นรายการที่ชื่อว่า "Bon Jour L'Arc~en~Ciel" ของเครือข่าย TBS Radio Network (ออนแอร์จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1997)
วันที่ 17 : Single ที่ 5 มีชื่อว่า flower c/w Sayounara ได้ออกวางจำหน่าย (และขึ้นเป็นที่ 5 บนชาร์ททันที)
- เพลงนี้ได้เป็น Theme Song ให้กับรายการข่าวเบสบอล Professional Base Ball News ทางเครือข่ายของ Fuji TV (ตั้งแต่วันที่ 1 เดือนตุลาคมปี 1996 จนถึงวันที่ 31 เดือนมีนาคมของปี 1997)

พฤศจิกายน
วันที่ 21 : Single ที่ 6 มีชื่อว่า Lies and Truth c/w Sai wa Nagerareta ได้ออกวางจำหน่าย (และขึ้นเป็นที่ 6 บนชาร์ททันที)
- เพลงนี้ได้เป็น Theme Song ให้กับ "Tower Countdown" ของทางเครือข่าย TV Tokyo (ตั้งแต่วันที่ 2 ถึงวันที่ 30 เดือนธันวาคม)

ธันวาคม
วันที่ 24 : อัลบัมที่สี่ True ได้ออกวางจำหน่าย
- ได้ขึ้นเป็นอันดับที่ 2 ทันที และหลักจากนั้นหกสัปดาห์ก็ขึ้นเป็นอันดับที่ 1 ในเดือนมกราคม และจากนั้นเป็นต้นมา อัลนัมนี้ก็ติดอยู่บนชาร์ท Top 10 นานติดต่อกันถึง 9 สัปดาห์และทำสถิติ Long Seller ได้อีกด้วย
ทัวร์ครั้งที่แปด TOUR 1996 - 1997 Carnival of True ได้เริ่มขึ้น ณ;
วันที่ 23 : Osaka-Jo Hall, Osaka
วันที่ 26 : Nippon Budokan, Tokyo
วันที่ 27 : Nippon Budokan, Tokyo

--1997--<